• โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

  • โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

  • โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

  • โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

  • โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

  • โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ (สาขาร่องกล้าวิทยา)
    34/1 หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3

ประวัติหมู่บ้านร่องกล้า


                                   ประวัติหมู่บ้านร่องกล้า
                                                                                                                นายโสภา ภักดีสอน
                                                                                       อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๐ บ้านร่องกล้า
                                                                                          ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย
                                                                                           จังหวัดพิษณุโลก
 
          หมู่บ้านร่องกล้าเป็นหมู่บ้านทหารกองหนุนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ทางกองทัพภาคที่ ๓ ได้ยึดพื้นที่คืนจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) จัดตั้งเป็นหมู่บ้านซึ่งเปิดรับสมัครราษฎรรอยต่อ ๓ จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย เพื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ตามโครงการ ๑๐๐ ครอบครัว ประกอบไปด้วย ทหารกองหนุน ๔๐ ครอบครัว ราษฎรผู้ยากจน ๓๐ ครอบครัว และชาวเขาเผ่าม้ง ๓๐ ครอบครัว โดยมีผู้กองประมวล สุวรรณศรี เป็นคนนำทีมขึ้นมา และมีนายโสภา ภักดีสอน เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ตอนแรกทหารอบรมเลี้ยงดูอยู่ ๖ เดือน พออบรมเสร็จทหารก็เอารถขึ้นมาส่ง มีคนที่หนีกลับพร้อมกับรถที่มาส่งก็เยอะเพราะเขานำมาปล่อยไว้กล่างป่า เขามีหญ้าคาให้ใช้สำหรับทำเพิงนอนติดกับพื้นดินเท่านั้นเอง กว่าเขาจะเอาโรงเลื่อยขึ้นมาเลื่อยไม้ทำเป็นโครงบ้านก็ตกไป ๔ เดือน คนก็ทยอยเดินเท้ากลับบ้านกันทุกวันเพราะหนาวก็หนาว กลัวระเบิดก็กลัว เพราะเสียงระเบิดมีทุกวัน จากจำนวน ๑๐๐ คน เหลือคนไทย จำนวน ๔๕ คน คนม้ง ๗ คน
          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ นายสืบ รอดประเสริฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก (รับตำแหน่ง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๘) ในขณะนั้นขึ้นมาตรวจเยี่ยมและเห็นว่าจะเป็นหมู่บ้านร้างท่านก็เลยถามว่าผู้ใหญ่จะเอาคนกลับขึ้นมาอยู่ได้ไหม เพราะผมจะเอาควายมาแจกให้ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริฯ ผมก็ประกาศเอาคนขึ้นมารับควายกลับเข้ามาอยู่ในพื้นที่
          ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เริ่มมีปัญหาเนื่องจากทางกรมป่าไม้เขาจะย้ายหมู่บ้าน เพราะตอนนั้นในหมู่บ้านเรามีเด็กคนไทยอยู่ ๙ คน ก็เลยร่วมกันสร้างกระต๊อบขึ้นมาหนึ่งหลังและไปขอครูให้ขึ้นมาสอนกับทางอำเภอ เขาบอกว่าเด็กไม่พอ ในตอนนั้นเด็กม้งก็เยอะแต่พ่อแม่เขาไม่อยากให้เรียน เพราะจะเอาไว้เลี้ยงน้องบ้าง เอาไว้ช่วยทำไร่บ้าง ก็ต้องพยายามไปคุยทุกวัน ได้เด็กมาเพิ่มอีก ๒๐ กว่าคน ทางอำเภอจึงจัดส่งครูมาให้ ๑ คน คือ ครูปัญญา พรขำ ซึ่งตำแหน่งเขาอยู่โรงเรียนบ้านแก่งลาด วัดก็สร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ แต่ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ในขณะนั้นสั่งไม่ให้มุงหลังคา ต้นไม้ก็ไม่ให้ปลูก เพราะเขาจะย้ายหมู่บ้าน โรงเรียนก็ไม่ให้สร้าง ทั้งๆ ที่เราสร้างเอกก็ไม่ให้สร้าง แต่มันจำเป็นก็ต้องสร้าง เพราะไม่มีที่จะเรียน ทางศึกษาอำเภอก็สั่งให้ระงับการสร้าง ทั้งป่าไม้เขต ป่าไม้หนองกะท้าว ตชด. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะมาจับไม้ ผมก็บอกว่าจะสร้างอาคารเรียน ถ้าจะจับก็จับผมไปคนเดียว เดี๋ยวชาวบ้านก็จะตามไป แต่เขาไม่จับ แต่เขาก็เอารถแรงเยอ รถผี ขึ้นมาขนเอาไม้ล้มขอนนอนไพรไปเยอะ แต่เราก็ต้องสร้าง เพราะเราสร้างเอง ขอบริจาคกับนักท่องเที่ยวบ้าง ชาวบ้านบ้าง ผู้ใจบุญบ้าง ก็เสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๓๔ – ๒๕๓๕ เพราะอาคาร ๒ หลัง ขอบริจาคทั้งนั้น ไม่มีงบประมาณแม้แต่สลึงเดียว
          สะพานเข้าหมู่บ้านก็เป็นสะพานไม้ สร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ จะพังแหร่ไม่พังแหร่ เพราะของบประมาณไม่ได้ พอในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้งบประมาณจากทาง อบจ.พิษณุโลก จัดสรรให้แต่สร้างไม่ได้เพราะติดพื้นที่ ไฟฟ้าก็ของบได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่ก็มาไม่ได้ เพราะติดพื้นที่อุทยานเช่นเดียวกัน เราก็พยายามทำเรื่องทำโครงการมาเรื่อยจนมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงได้รับอนุญาตจากทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าให้ดำเนินการได้จนแล้วเสร็จ